อินเดียรวบนักข่าวอาวุโสขายชาติเป็นสายลับให้จีน

ตำรวจอินเดียในเมืองหลวงกรุงนิวเดลี จับกุมผู้สื่อข่าวอิสระชายสูงวัย ฐานลักลอบส่งผ่าน “ข้อมูลอ่อนไหว” เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชายแดนอินเดีย ให้กับข่าวกรองจีน แลกกับเงินก้อนโต

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า แถลงการณ์ของสำนักงานตำรวจกรุงนิวเดลี เมื่อวันเสาร์ กล่าวว่า นายราจีฟ ชาร์มา ผู้สื่อข่าววัย 61 ปี ถูกจับกุมเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยเจ้าหน้าที่ยึดของกลางเอกสารลับจำนวนหนึ่ง เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหมอินเดีย จากการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ขณะเดียวกันตำรวจยังจับกุม ผู้ต้องสงสัยหญิงชาวจีนรายหนึ่ง พร้อมกับคนรักชายชาวเนปาลของเธอ ซึ่งให้เงินแก่นายชาร์มา “จำนวนมาก” เพื่อแลกกับการส่งผ่านข้อมูลให้หน่วยข่าวกรองจีน

นายซันจีฟ กุมาร ยาดาฟ รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจกรุงนิวเดลี กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายราจีฟ ชาร์มา เปิดเผยความเกี่ยวพัน ในการส่งผ่านข้อมูลลับและอ่อนไหว ให้กับ “ผู้ควบคุม”การทำงาน ชาวจีน

การจับกุมมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ระหว่างอินเดียกับจีน จากกรณีพิพาทเขตแดนร่วม บนเทือกเขาหิมาลัย ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย เสื่อมทรามลงนับตั้งแต่เกิดเหตุยกพวกตะลุมบอน ระหว่างทหารชายแดนของทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทหารอินเดียเสียชีวิต 20 นาย และบาดเจ็บอีกหลายสิบนาย ส่วนทหารจีนสูญเสีย “เพียงแค่ไม่กี่นาย” จากการเปิดเผยในบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส สื่อกระบอกเสียงของพรรครอมมิวนิสต์จีน ในสัปดาห์นี้

นายตำรวจอาวุโสอินเดียเผยอีกว่า นายชาร์มาได้รับมอบหมายให้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับเขตแดนร่วม อินเดีย-จีน และเรื่องอื่นๆ ในระยะหลายปีที่ผ่านมา โดยในช่วงระหว่างเดือน ม.ค. 2562 จนถึงเดือน ก.ย. 2563 ได้รับเงินค่าจ้างจำนวนกว่า 3 ล้านรูปี (ประมาณ 1.27 ล้านบาท) จากหนึ่งในผู้ควบคุม

RELATED POST

สิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อใหม่ 3 ใน 4 เป็นคนที่ ‘ฉีดวัคซีน’ แล้ว และอาการไม่รุนแรง

รัฐบาลสิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ๆ ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนแล้วถึง 3 ใน 4 โดยผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการป่วย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สิงคโปร์ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มครอบคลุมประชากรเกือบร้อยละ 75 ซึ่งเป็นอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุดอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ข้อมูลรอยเตอร์) และเวลานี้มีชาวสิงคโปร์ราวครึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนครบ 2…

เตือนรัฐบาลอังกฤษเลิกล็อกดาวน์โควิดไม่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชี้เทียบเท่าเจตนาฆ่า!

แผนของรัฐบาลสหราชอาณาจักรในการยกเลิกข้อจำกัดสกัดโควิด-19 เกือบทั้งหมดในสหราชอาณาจักร เป็นการตัดสินใจที่ขาดความยั้งคิดและไม่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ จากคำเตือนของบรรดาผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นถึงขั้นระบุว่ามันเทียบเท่ากับการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ระบุในสัปดาห์นี้ว่า "มีความเป็นไปได้อย่างสูง" ที่สถานการณ์เลวร้ายสุดของโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้จบลง ในขณะที่เขาเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจในวันจันทร์(19ก.ค.) แม้การแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตากำลังหลุดจากการควบคุม จอห์นสันบอกว่าสหราชอาณาจักรสามารถกลับมาเปิดเศรษฐกิจได้อีกครั้ง เพราะว่าเวลานี้ประชากรวัยผู้ใหญ่ราว 2 ใน 3 ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่ คริส…

ภูเขาไฟคีเลาเวอา (Kilauea) พลังจากใต้พิภพแห่งฮาวาย

บนเกาะใหญ่ของฮาวาย การปะทุของภูเขาไฟคีเลาเวอา (Mount Kilauea) เมื่อปลายปี 2020 ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่มากที่สุดในบรรดาภูเขาไฟทั้ง 5 ลูกของเกาะ ทำให้ผู้อยู่อาศัยกังวลว่า ภูเขาไฟแห่งนี้อาจฟื้นขึ้นมาและสร้างความหายนะที่เกิดจากการปะทุครั้งล่าสุดในปี 2018 แต่ทว่าโชคดีที่ความเสียหายครั้งนี้เกิดขึ้นในระยะสั้น การปะทุครั้งล่าสุดสิ้นสุดในปลายเดือนพฤษภาคม 2021ที่ผ่านมา และก็กลายเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวสำหรับผู้มาเยือนอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย (Hawaii Volcanoes National Park)…

ตำรวจเฮติจับตายมือสังหารประธานาธิบดี 4 ราย จับเป็น 2 ราย

ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของเฮติเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมมือปืน 2 รายที่ต้องสงสัยว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ลอบสังหาร โชเวอแนล มอยซ์ ประธานาธิบดีเฮติ ขณะพักอยู่ในที่พักอาศัย เมื่อช่วงเช้ามืดขณะที่ผู้ก่อเหตุอีก 4 รายถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตแล้วระหว่างการจับกุม ข้อมูลจากชาร์ลส์ โคลด โจเซฟ รักษาการนายกรัฐมนตรีเฮติ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ระบุว่า ปฏิบัติการข้างต้นดังนำไปสู่การปล่อยตัวตำรวจ…