พนง.สวนสนุกสหรัฐฯ ถูกชกกรามหลุด หลังขอให้นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากอนามัย

พนักงานสวนสนุกวัย 17 ปีต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังเขาถูกคู่รักต่อยเข้าที่ใบหน้าจนกรามหลุด เนื่องจากเข้าไปเตือนให้ผู้ก่อเหตุสวมหน้ากากอนามัย

สำนักข่าวเอ็นบีซี รายงานว่า พนักงานประจำสวนสนุกเซซามี เพลซ (Sesame Place) ในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วัย 17 ปี ต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการกรามหลุด หลังเขาถูกคู่รักชายหญิงทำร้ายร่างกาย ขณะที่เขาแจ้งทั้งสองให้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวได้แจ้งเตือนกับผู้ที่เดินทางเยี่ยมสวนสนุก ก่อนขึ้นเครื่องเล่นให้สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งผู้ที่ได้รับคำเตือนได้ตอบโต้กลับมาด้วยปฏิกิริยาก้าวร้าว และเผชิญหน้ากับวัยรุ่นวัย 17 ปีคนดังกล่าว ก่อนที่ทั้งชายและหญิงจะรุมทำร้ายและชกเข้าใส่หน้าของพนักงานจนร่วงลงไปกองกับพื้น ซึ่งหลังเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที โดยตำรวจกล่าวว่า หนุ่มรายนี้ต้องรับการผ่าตัดเพื่อจัดกรามให้เข้าที่ พร้อมยืนยันว่าเขาจะสามารถหายดีเป็นปกติ แต่จะไม่ใช่การพักฟื้นรายงานที่ราบรื่น

ตำรวจยังแสดงความผิดหวังที่พนักงานวัย 17 ปีที่ทำงานหนักและทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต้องมาเผชิญกับเหตุความรุนแรงเช่นนี้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเดินทางมาเป็นกลุ่มรวม 7 คน มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งหลังเกิดเหตุ พวกเขารีบเดินทางออกจากสวนสนุกทันที แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ก่อเหตุอาจเป็นชาวนิวยอร์ก และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่กำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐนิวยอร์ก เพื่อตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษต่อไป.

RELATED POST

สิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อใหม่ 3 ใน 4 เป็นคนที่ ‘ฉีดวัคซีน’ แล้ว และอาการไม่รุนแรง

รัฐบาลสิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ๆ ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนแล้วถึง 3 ใน 4 โดยผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการป่วย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สิงคโปร์ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มครอบคลุมประชากรเกือบร้อยละ 75 ซึ่งเป็นอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุดอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ข้อมูลรอยเตอร์) และเวลานี้มีชาวสิงคโปร์ราวครึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนครบ 2…

เตือนรัฐบาลอังกฤษเลิกล็อกดาวน์โควิดไม่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชี้เทียบเท่าเจตนาฆ่า!

แผนของรัฐบาลสหราชอาณาจักรในการยกเลิกข้อจำกัดสกัดโควิด-19 เกือบทั้งหมดในสหราชอาณาจักร เป็นการตัดสินใจที่ขาดความยั้งคิดและไม่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ จากคำเตือนของบรรดาผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นถึงขั้นระบุว่ามันเทียบเท่ากับการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ระบุในสัปดาห์นี้ว่า "มีความเป็นไปได้อย่างสูง" ที่สถานการณ์เลวร้ายสุดของโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้จบลง ในขณะที่เขาเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจในวันจันทร์(19ก.ค.) แม้การแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตากำลังหลุดจากการควบคุม จอห์นสันบอกว่าสหราชอาณาจักรสามารถกลับมาเปิดเศรษฐกิจได้อีกครั้ง เพราะว่าเวลานี้ประชากรวัยผู้ใหญ่ราว 2 ใน 3 ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่ คริส…

ภูเขาไฟคีเลาเวอา (Kilauea) พลังจากใต้พิภพแห่งฮาวาย

บนเกาะใหญ่ของฮาวาย การปะทุของภูเขาไฟคีเลาเวอา (Mount Kilauea) เมื่อปลายปี 2020 ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่มากที่สุดในบรรดาภูเขาไฟทั้ง 5 ลูกของเกาะ ทำให้ผู้อยู่อาศัยกังวลว่า ภูเขาไฟแห่งนี้อาจฟื้นขึ้นมาและสร้างความหายนะที่เกิดจากการปะทุครั้งล่าสุดในปี 2018 แต่ทว่าโชคดีที่ความเสียหายครั้งนี้เกิดขึ้นในระยะสั้น การปะทุครั้งล่าสุดสิ้นสุดในปลายเดือนพฤษภาคม 2021ที่ผ่านมา และก็กลายเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวสำหรับผู้มาเยือนอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย (Hawaii Volcanoes National Park)…

ตำรวจเฮติจับตายมือสังหารประธานาธิบดี 4 ราย จับเป็น 2 ราย

ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของเฮติเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมมือปืน 2 รายที่ต้องสงสัยว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ลอบสังหาร โชเวอแนล มอยซ์ ประธานาธิบดีเฮติ ขณะพักอยู่ในที่พักอาศัย เมื่อช่วงเช้ามืดขณะที่ผู้ก่อเหตุอีก 4 รายถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตแล้วระหว่างการจับกุม ข้อมูลจากชาร์ลส์ โคลด โจเซฟ รักษาการนายกรัฐมนตรีเฮติ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ระบุว่า ปฏิบัติการข้างต้นดังนำไปสู่การปล่อยตัวตำรวจ…