ผลวิจัยชี้ ชาวอเมริกันครึ่งหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 จาก “การระบาดเงียบ”

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ต้นเหตุของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ครองแชมป์จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดของโลก และเชื่อกันว่าหนึ่งในสาเหตุที่ชาวอเมริกันติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นจำนวนมากก็คือ “ผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ” ซึ่งเมื่อประกอบกับการไม่สวมหน้ากากในพื้นที่สาธารณะ และการรวมตัวกันของประชาชนจำนวนมาก ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการแพร่เชื้อในวงกว้าง

ล่าสุดมีผลการวิจัยที่สนับสนุนแนวคิด “การระบาดเงียบ” (silent transmission) หรือการแพร่เชื้อไวรัสจากผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ หรือแพร่เชื้อก่อนที่จะแสดงอาการ ว่าอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชาวอเมริกันราว 50% ติดเชื้อไวรัส

งานวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ระบุว่า ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ซึ่งมีจำนวนกว่า 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ต้องได้รับการระบุตัวตนและแยกตัวออกจากสังคม เพื่อยับยั้งการระบาดในอนาคต

อลิสัน กัลวานี ผู้อำนวยการศูนย์แบบจำลองและการวิเคราะห์โรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยเยล ได้ใช้แบบจำลองการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อระบุขอบเขตของการระบาดเงียบ โดยคิดเป็น 17.9 – 30.8% ของการติดเชื้อทั้งหมด ซึ่งจากการคำนวณตัวเลขผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการที่ 17.9% ทีมวิจัยพบว่า 48% ของการแพร่เชื้อ จะเป็นการแพร่เชื้อก่อนที่จะแสดงอาการ ในขณะที่การแพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการ คิดเป็น 3.4% ของการแพร่เชื้อทั้งหมด

หากจำนวนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอยู่ที่ 30.8% นักวิจัยพบว่า การแพร่เชื้อก่อนที่จะแสดงอาการจะอยู่ที่ 47% ของผู้ที่ติดเชื้อ และการแพร่เชื้อที่ไม่แสดงอาการจะอยู่ที่ 6.6% ตามลำดับ

จากแบบจำลองดังกล่าว อาจสันนิษฐานได้ว่า โรคโควิด-19 อาจจะสามารถแพร่เชื้อได้มากในช่วงก่อนแสดงอาการ ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบว่า การแยกตัวผู้ป่วยที่แสดงอาการทันทีอาจไม่เพียงพอต่อการควบคุมโรค

สำหรับการควบคุมการระบาดให้มีผู้ป่วยน้อยกว่า 1% ของประชากรทั้งหมด งานวิจัยระบุว่า นอกเหนือจากการแยกตัวผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้ว ควรระบุตัวและแยกผู้ที่แพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการ จำนวนมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่แพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการทั้งหมด พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า จำเป็นต้องมีการตรวจหาเชื้อและติดตามการสัมผัสโรค ควบคู่ไปกับการรักษาระยะห่างทางสังคมและการอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

RELATED POST

คอนเฟิร์ม! “โคลแมน” ขยายสัญญาเอฟเวอร์ตันถึงปี2023

เชมัส โคลแมน แบ็กขวาตัวเก่ง เอฟเวอร์ตัน จัดการขยายสัญญากับต้นสังกัดออกไปจนถึงปี 2023 เรียบร้อย พร้อมเปิดใจรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากสโมสร เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันพุธที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า เชมัส โคลแมน แบ็กขวากัปตันทีมคนเก่ง…

กัปตันในอนาคต!ผู้ช่วยคล็อปป์ชูอาร์โนลด์มีความเป็นผู้นำสูง

เป๊ป ลินเดอร์ส ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาคนเก่งของทีมว่ามีความเป็นผู้นำสูงสุดๆ จนสามารถเป็นกัปตันทีมของ "หงส์แดง" ในอนาคตได้เลย อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถือเป็นความภาคภูมิใจของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่เขาเติบโตมาจากอะคาเดมี่ของสโมสรโดยตรง และพัฒนาตัวเองได้อย่างโดดเด่นจนกลายเป็นหนึ่งในแบ็กขวาชั้นยอดของโลกลูกหนังได้ โดยที่บางคนถึงขั้นมองว่าเขาเหมาะที่จะเป็นกัปตันทีมให้กับ…

‘ผีแดง’ แถลงการณ์ยืนยัน บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ‘วาราน’ แล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว ราฟาแอล วาราน เซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติฝรั่งเศส ของ รีล มาดริด มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเวลานี้เหลือเพียงแค่รอให้ผ่านการตรวจร่างกาย และบรรลุข้อตกลงส่วนตัวได้เรียบร้อย ดาวเตะวัย 28 ปี ก็จะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ “ผีแดง” ทันที…

อลหม่าน ชายพิการอินเดียถูกจับทำหมัน ครอบครัวอ้างโดนหลอกว่าจะพาไปฉีดวัคซีนโควิด

ชายอินเดีย หูหนวก-ใบ้ วัย 45 ปี ถูกนำตัวไปทำหมัน ครอบครัวอ้างเจ้าหน้าที่ สธ. หลอกว่าจะพาไปฉีดวัคซีนโควิด-19 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ครอบครัวของ ดรูฟ คูมาร์ ชายชาวอินเดีย วัย 45 ปี ซึ่งเป็นผู้บกพร่องทางการพูดและการได้ยิน ซึ่งที่อาศัยอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ของประเทศอินเดีย…