“ธอมโม”เผยหงส์เกือบเซ็นโด้แค่4ล้านปอนด์

“ฟิล ธอมป์สัน” อดีตผู้ช่วยกุนซือ ลิเวอร์พูล เผย “คริสเตียโน โรนัลโด” เคยเกือบจะได้สวมชุด “หงส์แดง” ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านปอนด์ ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกเผ่นไปซบตัก “ผีแดง” ในท้ายที่สุด

ฟิล ธอมป์สัน อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผย “หงส์แดง” เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่เกือบจะได้ตัว คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส มาร่วมทัพตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเตะดาวรุ่งของ สปอร์ติง ลิสบอน ก่อนจะต้องซดน้ำแห้วไปตามระเบียบหลังเจ้าตัวเลือกย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2003

“ธอมโม” เผยผ่าน “ดิ แอธเลติก” สื่อดังของอังกฤษ ว่า ครั้งนั้น ลิเวอร์พูล ส่งแมวมองไปดูฟอร์มของ โรนัลโด ในเกมพบ ปอร์โต ที่โปรตุเกส จากนั้นตัวเขาจึงได้ไปรับประทานอาหารเย็นกับนายหน้าชื่อ โทนี เฮนรี เพื่อถามค่าตัวของ “ซีอาร์7” ซึ่งปรากฏว่า อยู่ที่ 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 168 ล้านบาท) เท่านั้น

ธอมป์สัน กล่าวว่า “ผมยังจำคำพูดของโทนีได้อย่างแม่นยำ มันเป็นการพูดคุยที่ดีในบรรยากาศสบาย ๆ ค่าตัวอยู่ที่ 4 ล้านปอนด์ และเราสามารถผ่อนจ่ายได้ตลอดสัญญา 4 ปีของเขา ซึ่งก็ตกปีละ 1 ล้านปอนด์ นั่นดูเป็นค่าตัวที่สมเหตุสมผล จากนั้นผมจึงถามเรื่องค่าจ้าง และโทนีก็ตอบว่า อยู่ที่ปีละ 1 ล้านปอนด์”

นอกจาก ธอมป์สัน แล้ว เชราร์ อุลลิเยร์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ในขณะนั้น ก็ยังเคยเดินทางไปดูฟอร์มของ โรนัลโด มาแล้วเช่นกัน และต่างก็มั่นใจว่า พวกเขากำลังจะได้ ดาวเตะจอมสับ มากระชากลากเลื้อยยังถิ่น แอนฟิลด์ แน่นอนแม้จะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับนักเตะได้ก็ตาม แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องช็อกตาตั้งหลังมีรายงานว่า เจ้าตัวเผ่นไปเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่แพงเป็น 3 เท่าถึง 12.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 512.4 ล้านบาท) เสียอย่างนั้น

“ในช่วงเช้าวันอังคาร ตอนนั้นเรากำลังกินอาหารกลางวันกันที่สนามซ้อม และก็มีข่าวพาดบนแถบเหลืองของสกายสปอร์ตส์ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับ คริสเตียโน โรนัลโด ด้วยค่าตัว 12.2 ล้านปอนด์ ทั้ง เชราร์ และผมนี่ข้าวแทบพุ่งออกมาเลย ผมยังจำได้ตอนนั้น เชราร์ เด้งขึ้นมาจากเก้าอี้ และพูดว่า “นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ”” ธอมป์สัน ทิ้งท้าย

RELATED POST

สิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อใหม่ 3 ใน 4 เป็นคนที่ ‘ฉีดวัคซีน’ แล้ว และอาการไม่รุนแรง

รัฐบาลสิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ๆ ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนแล้วถึง 3 ใน 4 โดยผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการป่วย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สิงคโปร์ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มครอบคลุมประชากรเกือบร้อยละ 75 ซึ่งเป็นอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุดอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ข้อมูลรอยเตอร์) และเวลานี้มีชาวสิงคโปร์ราวครึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนครบ 2…

เตือนรัฐบาลอังกฤษเลิกล็อกดาวน์โควิดไม่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชี้เทียบเท่าเจตนาฆ่า!

แผนของรัฐบาลสหราชอาณาจักรในการยกเลิกข้อจำกัดสกัดโควิด-19 เกือบทั้งหมดในสหราชอาณาจักร เป็นการตัดสินใจที่ขาดความยั้งคิดและไม่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ จากคำเตือนของบรรดาผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นถึงขั้นระบุว่ามันเทียบเท่ากับการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ระบุในสัปดาห์นี้ว่า "มีความเป็นไปได้อย่างสูง" ที่สถานการณ์เลวร้ายสุดของโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้จบลง ในขณะที่เขาเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจในวันจันทร์(19ก.ค.) แม้การแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตากำลังหลุดจากการควบคุม จอห์นสันบอกว่าสหราชอาณาจักรสามารถกลับมาเปิดเศรษฐกิจได้อีกครั้ง เพราะว่าเวลานี้ประชากรวัยผู้ใหญ่ราว 2 ใน 3 ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่ คริส…

ภูเขาไฟคีเลาเวอา (Kilauea) พลังจากใต้พิภพแห่งฮาวาย

บนเกาะใหญ่ของฮาวาย การปะทุของภูเขาไฟคีเลาเวอา (Mount Kilauea) เมื่อปลายปี 2020 ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่มากที่สุดในบรรดาภูเขาไฟทั้ง 5 ลูกของเกาะ ทำให้ผู้อยู่อาศัยกังวลว่า ภูเขาไฟแห่งนี้อาจฟื้นขึ้นมาและสร้างความหายนะที่เกิดจากการปะทุครั้งล่าสุดในปี 2018 แต่ทว่าโชคดีที่ความเสียหายครั้งนี้เกิดขึ้นในระยะสั้น การปะทุครั้งล่าสุดสิ้นสุดในปลายเดือนพฤษภาคม 2021ที่ผ่านมา และก็กลายเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวสำหรับผู้มาเยือนอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย (Hawaii Volcanoes National Park)…

ตำรวจเฮติจับตายมือสังหารประธานาธิบดี 4 ราย จับเป็น 2 ราย

ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของเฮติเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมมือปืน 2 รายที่ต้องสงสัยว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ลอบสังหาร โชเวอแนล มอยซ์ ประธานาธิบดีเฮติ ขณะพักอยู่ในที่พักอาศัย เมื่อช่วงเช้ามืดขณะที่ผู้ก่อเหตุอีก 4 รายถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตแล้วระหว่างการจับกุม ข้อมูลจากชาร์ลส์ โคลด โจเซฟ รักษาการนายกรัฐมนตรีเฮติ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ระบุว่า ปฏิบัติการข้างต้นดังนำไปสู่การปล่อยตัวตำรวจ…