ดูหนังสงคราม Fury – วันปฐพีเดือด

ดูหนังสงคราม Fury – วันปฐพีเดือด ภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องยิ่งใหญ่ ทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างจากเหตุการณ์จริงในปีค.ศ. 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เรื่องราวของทหาร 5 คนในรถถังประจัญบานที่ชื่อ “ฟิวรี่” ที่ทำภารกิจสำคัญบุกตะลุยฝ่ากองทัพนาซี ซึ่งผลลัพธ์ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กองทัพสหรัฐเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะในสงครามโลก

รีวิวหนัง ดูหนังออนไลน์ สงคราม Fury – วันปฐพีเดือด
การหยิบจับเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่สองมาเล่าโดยมีเหล่าทหารอเมริกันเป็นตัวชูโรงเข้าปะทะกับนาซีของฮิตเลอร์คงเป็นประเด็นที่ถูกเล่าซ้ำจนแทบไม่เหลืออะไรสดใหม่แล้ว แต่ Fury ที่ใช้บริบทเดียวกันนี้มาเล่าอีกครั้งกลับหาทางออกที่น่าสนใจมากทีเดียวเมื่อหนังเล่าเรื่องโดยโฟกัสมุมมองของหน่วยทหารรถถังอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ระบบการทำงานเป็นทีม การรบโดยรถถัง ความสัมพันธ์ของสมาชิกทั้งห้าคนภายในรถถัง และจิตใจของพวกเขาที่พันผูกและแตกสลายภายใต้ความรุนแรงของสงครามรถถังที่ไม่ได้เป็นแค่กิมมิกในการเล่าเรื่องเท่านั้น แต่แผ่นเกราะที่โอบอุ้มชีวิตของสมาชิก ปืนใหญ่ที่คร่าล้างศัตรู ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตจิตใจของเหล่าทหาร และกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของหนังเรื่องนี้

หนังเปิดเรื่องด้วยการที่ทีมของจ่า Don เป็นรถถังเพียงคันเดียวที่รอดเหลือจากการโจมตีของรถถังเยอรมันซึ่งมีศักยภาพเหนือกว่า หนึ่งในสมาชิกในทีมเสียชีวิต ทำให้พวกเขาได้ทหารเด็กไก่อ่อนผู้ไม่เคยผ่านสงครามหรือกระทั่งจับปืนยิงใครอย่าง Norman มาประจำตำแหน่งปืนกลแทนสมาชิกที่เสียชีวิตไป ด้วยสำนึกที่ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกความจริงของสงคราม Norman ไม่ยอมยิงทหารนาซีซึ่งยังเป็นเด็กเท่านั้นทำให้หน่วยทหารถูกโจมตีและสูญเสียพวกพ้อง ทำให้ Don ต้องสั่งสอนให้ประโยคสัจธรรมในสงครามอย่าง “ไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา” ให้ผนวกเข้ากับสัญชาติญาณและชุดศีลธรรมของเด็กไร้เดียงสาอย่าง Norman จนเขาต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรฆ่าคน เป็นส่วนหนึ่งของรถถังอย่างเต็มตัว

นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นในหลายๆ ฉากที่หนังแสดงให้เห็นถึงบาดแผลของเหล่าทหารที่กรำศึกสงครามมานานปี ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยแผลเป็นที่น่ากลัวที่ปรากฏให้เห็นตามร่างกาย และบาดแผลภายในจิตใจที่ฉากที่ขับเน้นความซับซ้อนของสภาพจิตใจของพวกเขาได้น่าสนใจคือฉากบทสนทนาบนโต๊ะอาหารช่วงกลางเรื่องที่เต็มไปด้วยความยียวนกวนประสาท ความกระอักกระอ่วน รูปแบบความสัมพันธ์เฉพาะภายในทีม และการพยายามกดทับความรุนแรงภายในใจตัวเอง

สิ่งที่หนังทำได้ดีมาก และเชื่อว่าจะเป็นไฮไลต์ภาพจำไปอีกนานคือการจำลองการรบด้วยรถถังที่ทำออกมาได้สมจริงสมจัง ดีไซน์ในแต่ล่ะซีนเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ ฟังค์ชันของรถถังทุกรายละเอียดถูกหยิบจับมาใช้อย่างมีประโยชน์ทั้งในเชิงความเป็นจริงและอารมณ์แอคชั่น โดยเฉพาะไคล์แมกซ์ของหนังที่ไต่อารมณ์อย่างพิถีพิถัน เข้มข้น และยังคลี่คลายตอนจบของตัวละครทุกตัวกับรถถังที่กลายเป็นบ้านของพวกเขาได้น่าประทับใจ สำหรับตัวละคร Norman ตอนจบของเขาทำให้คิดถึงหนังเรื่องเยี่ยมเมื่อปีที่แล้วอย่าง Captain Phillips ที่แม้จะไม่ได้เฉียบคมเท่า แต่แผลที่จะติดในใจของเขาตลอดไปก็คงตอกย้ำถึงประโยคทองที่ Don ผู้เปรียบเป็นพ่อในสนามรบของเขาได้เคยกล่าวไว้ให้เขาฟังว่า “อุดมการณ์คือสันติ ประวัติศาสตร์คือความรุนแรง”

RELATED POST

จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นอีก!เจ้าของลิเวอร์พูลคิดให้เดอะค็อปได้อยู่ในบอร์ดบริหาร

เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กลุ่มทุนเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ได้หารือเรื่องต่างๆ กับ สปิริต ออฟ แชงค์ลี่ย์ ฐานแฟนบอลกลุ่มใหญ่ของทีม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการให้ตัวแทนจากกลุ่มแฟนบอลได้อยู่ในบอร์ดบริหารเพื่อตัดสินแนวทางของสโมสร จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นเหมือนตอนไอเดียการจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม…

เอาจริง!อองรีเผยเอ็กติดต่อโครเอ็นเก้เรื่องซื้ออาร์เซน่อลแล้ว

เธียร์รี่ อองรี แฉเอง แดเนี่ยล เอ็ก บิดาของ สปอติฟาย ได้ติดต่อไปหาตระกูลโครเอ็นเก้เพื่อที่จะซื้อ อาร์เซน่อล แล้ว โดยยืนยันว่า เอ็ก รัก "ไอ้ปืนใหญ่" จากใจจริง เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าของ อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก…

ทบทวนให้ดี!คล็อปป์เตือนฮอลแลนด์อาจทำลายอาชีพฟานไดค์

ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฟาน ไดค์ ได้โพสต์คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" เนื้อเต้นสุดๆ ก็คือการที่เขาสามารถวิ่งได้อย่างเต็มที่ในสนามซ้อม แต่กระนั้นก็คงเป็นไปได้ยากที่จะเห็น แนวรับวัย 29 ปี กลับมาลงสนามช่วย "หงส์แดง" ก่อนสิ้นสุดฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ฮอลแลนด์ พร้อมที่จะเรียกตัว ฟาน ไดค์…

“เจอร์ราร์ด” เผยคำแนะนำสำคัญจาก “คล็อปป์” ก่อนเดินเส้นทางโค้ช

สตีเวน เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมดังแห่งลีกสก็อตแลนด์ เผยคำแนะนำที่ เยอร์เกน คล็อปป์ ก่อนที่ตนจะรับงานคุมทัพ เดอะ ไลท์บูลส์ เมื่อปี 2018 "ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่ามันผ่านมา 3 ปีแล้ว ผมรักการทำงานและบทบาทนี้ มันเป็นเรื่องที่แสนน่ายินดีและเป็นเกียรติมากๆที่ได้ทำสิ่งนี้ นี่คือการเดินทางที่บางครั้งก็ได้พบกับเรื่องน่าเหลือเชื่อ…