ซีรี่ย์เกาหลี ฝากรักไว้ที่ท้ายครัว Dating in the kitchen

เรื่องนี้เป็นซีรีส์รีเมกนะคะ แต่รีเมกมาจากภาพยนตร์เรื่อง This Is Not What I Expected (2017) ทาเคชิ คาเนชิโร ประกบคู่กับ โจวตงหยู ในภาคซีรีส์ได้นางเอกที่กำลังฮอตติดลมบนอยู่ในขณะนี้ จ้าวลู่ซือ ประกบคู่กับนักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่สายอบอุ่น หลิวอวี่เซิน หากใครยังจำท่านทูตซ้ายเม้งก่าจากดาบมังกรหยก (2019) ได้ก็เขานั่นแหละค่ะ

ซีรี่ย์เกาหลี ฝากรักไว้ที่ท้ายครัว Dating in the kitchen

เรื่องราวของ กู้เชิ่งหนาน (จ้าวลู่ซือ) เชฟสาววัย 29 ปี เป็นผู้ช่วยเชฟของโรงแรมจื่อจิง กับบอสหนุ่มสุดเฮี้ยบ ลู่จิ้น (หลินอวี่เซิน) วัน ๆ นางก็ยืนปอกหัวหอม หั่นผัก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตามที่เชฟคนอื่น ๆ สั่ง แต่เธอมีฝีมือทำอาหารพอตัวชนิดที่ว่าเชฟด้วยกันยังติดใจในฝีมือในการทำ “ข้าวผัดตบหน้า” ของเธอ แต่อยู่ ๆ เธอก็ก่อเรื่องขึ้นมาซะได้จนทำให้ตัวเอง “ตกงาน”

เหตุการณ์วันนั้นทำให้เธอได้พบกับ ลู่จิ้น (หลินอวี่เซิน) โดยบังเอิญและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะเป็นผู้นำความโชคร้ายและโชคดีมาให้เธอ นับครั้งไม่ถ้วน ลู่จิ้น เป็นผู้บริหารระดับ CEO ที่เดินทางมาประเมินเพื่อซื้อกิจการของโรงแรมจื่อจิง หนุ่มใหญ่จอมเฮี๊ยบที่เรื่องมากซะเหลือเกินกับรสชาติอาหาร นั่นก็ไม่ถูกปากนี่ก็ไม่โอเค แต่กลับมาติดใจรสชาติของข้าวผัดตบหน้าที่ผู้จัดการโรงแรมนำมาขัดตาทัพเป็นเมนูสุดท้าย ติดใจชนิดที่ว่าอยากรู้จักเชฟคนนี้ แต่เสียใจด้วยจ้ะ เธอโดนไล่ออกไปแล้ว

แต่บุพเพอาละวาดก็ทำให้สองคนโคจรมาพบกันอีกแบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของกู้เซิ่งหนานบอกกับเธอว่า ถูกผู้ชายที่คบหากันอยู่หลอกลวง สองคนนัดแนะกันจะไปแก้แค้น แต่กู้เซิ่งหนานนี่แหละที่ไปแก้แค้นผิดที่ เพราะดันไปทำเอากับรถสปอร์ตคันงามของลู่จิ้นซะได้ ก็เพิ่มความซวยให้ตัวเองเข้าไปอีกเพราะทั้งตกงานและติดหนี้ค่าเสียหายของลู่จิ้น แต่ต่อมาไม่นานนางก็ได้กลับเข้าทำงานอีกครั้งในฐานะเชฟของห้อง 1123 ก็ห้องที่ลู่จิ้นพักอยู่นั่นแหละ และมารู้เพิ่มเติมอีกว่า เขาคือบอสใหญ่ที่มาซื้อโรงแรมแห่งนี้ ก็จะเป็นเรื่องวุ่น ๆ ฮามาก ๆ ของเชฟสาวกระทะเหล็ก กับบอสเจ้าของโรงแรมที่แสนจะเรื่องมาก แต่กลับมาติดใจรสชาติอาหารของเธอคนเดียวเท่านั้น

ฮาตั้งแต่ฉากแรกเลยจ้ะเรื่องนี้ ซีรีส์คอมเมดี้นี่ทางถนัดของจ้าวลู่ซือเธอเลย เรียกว่าเข้ามือปั๊วะป๊ะเป็นธรรมชาติ กับคาแรกเตอร์ของเรื่องที่เป็นเชฟสาวน่ารักสดใส ก๋ากั่นนิด ๆ แสบหน่อย ๆ แต่มีฝีมือทำอาหารที่สุดยอดจนเป็นที่ติดอกติดใจของ ลู่จิ้น พระเอกของเรื่อง ที่เป็นบอสสายลุง เคร่งขรึม เรื่องมากแต่อบอุ่น หล่อไม่มากแต่เสน่ห์ล้นเหลือ จนกลายเป็นเคมีสาวน้อยกับลุงยักษ์ของฝั่งจีน เสียงกรี๊ดของเหล่าแฟนคลับทั้งเก่าและใหม่ เทียบชั้นได้กับกงยูของฝั่งเกาหลีก็ว่าได้ หลิวอวี่เซิน ในบทนี้ ทำให้ท่านทูตซ้ายเม้งก่าเปลี่ยนไปเลย

เรื่องนี้พระเอกเขาก็จะมีความเยอะสิ่งกับอาหารเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ลิ้มลองรสมือของนางเอกเข้าไป จากอาหารที่เคยทานว่าอร่อยก็กลับไม่ถูกปากและมีข้อติเอาซะอย่างนั้น ซึ่งเจ้าตัวลงความเห็นเอาเองว่า “หรือเลเวลการลิ้มรสจะยกระดับขึ้นแล้ว” ว่าไปนั่น

ซีรีส์เรื่องนี้ขายความเป็นโรแมนติดคอมเมดี้ชัดเจนค่ะ ซึ่งก็ถือว่าทำได้สำเร็จคะแนนเต็มสิบไม่หักในจุดนี้กันเลยทีเดียว มุกตลกที่ใส่เข้ามาตลอดการดำเนินเรื่องมันเป็นมุกที่ลื่นไหน เป็นธรรมชาติ ไม่มีแป้กไม่มีค้าง ไหลไปได้เรื่อย ๆ เรียกเสียงฮาได้ตลอดแบบไม่รู้ตัว เรียกว่าเป็นธรรมชาติที่ออกมาจากตัวละครแต่ละตัวตามคาแรกเตอร์ในเรื่องกันแบบสบาย ๆ สลับกันไปกับอารมณ์โรแมนติกแบบฮา ๆ ของคู่พระนาง ที่มีพระเอกมาดขรึมหลงรักเชฟสาวดวงซวย จนหลุดขรึมซะเสียอาการ ให้ได้ยิ้ม ได้ขำ ได้จิกหมอนกันแบบอารมณ์ดี

ดูซีรีส์เกี่ยวกับอาหารมาก็หลายเรื่อง แต่บอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่มุมกล้องในฉากทำอาหารเรียกน้ำย่อยได้ดีที่สุด แสง เงา มุมกล้อง การวางคอมโพสต์ การลำดับขั้นตอนตั้งแต่เริ่มทำจนแล้วเสร็จ ประหนึ่งว่าเรากำลังดูรายการเชฟกระทะเหล็กแบบเจาะลึก ซ่อนกล้อง สร้างความลำบากให้กับการดูตอนกลางคืนเอามาก ๆ เพราะอดใจแทบไม่ไหว อยากจะกินไปทุกสิ่งอย่าง

ทำให้เป็นซีรีส์อีกเรื่องหนึ่ง ที่ตั้งตารอดูให้ถึงฉากนางเอกทำอาหารเร็ว ๆ ชอบมุมกล้องและการลำดับภาพในฉากเหล่านี้เอามาก ๆ ความเก่งในจอของนางเอกกับมุมกล้องที่ถ่ายทำออกมา มันน่าดูน่ากิน จนทำให้เมนูพื้น ๆ บางเมนูอย่างข้าวผัดธรรมดา ๆ สีเหลืองทองจากการคลุกด้วยไข่แดงเยิ้ม ๆ ช่างน่ากินจนอยากลงครัวแล้วเลียนแบบตอนนั้นเลย…จริง ๆ นะ

การดำเนินเรื่องที่ว่องไวและไม่มีจุดน่าเบื่อ
สารภาพว่าดูรวดเดียว 8 ตอนรวดในครั้งแรก จนต้องถอยทัพเพราะไม่อยากมีขอบตาดำตอนเช้า ๆ เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งถ้าไหวจะไปต่อ เพลินเพลินเอามาก ๆ กับซีรีส์เรื่องนี้ ในบทของนางเอกจะออกแนวโก๊ะ ๆ บวม ๆ ดูไม่ค่อยทันคนแต่ด้วยคาแรกเตอร์ที่มีความจริงใจใสซื่อ ทำให้จ้าวลู่ซือน่ารักน่าหยิกมากกว่าเรื่องอื่น ๆ เหมาะสมกับบทเอามาก ๆ เนื่องจากไม่ได้ดูต้นฉบับที่เป็นภาพยนตร์ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้นะคะ เพียงแต่ให้ความเห็นในเวอร์ชันนี้ที่ได้ดูเท่านั้นแหละ

ฝากรักไว้ที่ท้ายครัว Dating in the kitchen
แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หลงรักซีรีส์เรื่องนี้เอาได้ง่าย ๆ กับพล็อตน้ำเน่า ๆ ที่ถึงจะเน่าแค่ไหน แต่ก็ฟินและฮาจนน่าดู หนุ่มใหญ่วัยป๋า ร่ำรวยเป็นเศรษฐี มีกิจการเป็นเจ้าของโรงแรมทั้งในและนอกประเทศ แต่กลับมาตกหลุมรักเอากับสาวน้อยธรรมดา ๆ ที่อาศัยอยู่ห้องเช่าเก่า ๆ (แต่ภายในตกแต่งสวยงามอยู่นะ) ในย่านของชนชั้นกลางที่ชะตาชีวิตไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ แถมป๋ายังเป็นสายเปย์อีกต่างหาก ทำอะไรเวอร์วังแต่นางเอกก็ดันไม่เข้าใจให้หน้าแตกอยู่บ่อย ๆ เน่าแค่ไหนถามใจดู คำเตือน : ซีรีส์เรื่องนี้ ทรมานกระเพาะอาหารเป็นอย่างมาก

RELATED POST

หนัง Loveless แล้งรัก

อีกหนึ่งผลงานที่ Documentary Club นำเข้ามาฉายในคนไทยได้ชมกัน ผลงานของผู้กำกับ อันเดรย์ ซเวียกินเซฟ ที่เคยกำกับมาทั้ง The Return, Leviathan, The Banishment และ Elena หลายเรื่องก็เข้าชิงออสการ์ หลายเรื่องก็ชนะรางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลหนังเวนิส รวมถึงรางวัลลูกโลกทองคำ และนี่คือผลงานด้านรางของหนังเรื่องนี้ครับ หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยา…

Erika Jayne ประณามทนายความในคดีล้มละลายของสามีที่เหินห่างหลังจากถูกกล่าวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือ

Erika Jayne กำลังต่อสู้เพื่อให้ทนายความถูกฟ้องจากคดีล้มละลายของสามีที่เหินห่าง หลังจากที่ทนายความยื่นเอกสารกล่าวหาว่าเธอไม่ได้ให้ความร่วมมือในการสอบสวน<!--more-->   ในเอกสารใหม่ที่ได้รับจาก Page Six ทนายความของ Jayne ยืนยันว่าดารา "RHOBH" "ได้รับและยังคงเต็มใจที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่" กับการสอบสวนและเรียกร้องให้ทนายความ Ronald N. Richards ออกจากคดีเนื่องจากทำให้ "เท็จและอักเสบ" โพสต์โซเชียลมีเดียและแถลงการณ์สาธารณะ"…

‘อันตราย!’ ผู้ชมไม่พอใจ ‘ผู้หญิง’, ‘ล้าสมัย’ เกี่ยวกับอาการป่วย

"อันตราย!" ผู้ชมไม่พอใจกับรายการหลังจากมีเบาะแสทางการแพทย์ที่หลายคนโต้แย้งว่าไม่ถูกต้องและน่ารังเกียจ เบาะแสเกี่ยวข้องกับสภาพที่เรียกว่า Postural Orthostatic Tachycardia Syndrome (POTS) ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถจัดการได้ซึ่งหลายคนในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกต้องทนทุกข์ทรมาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้คนจำนวนมากคุ้นเคยกับ POTS หลายคนจึงสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่ามีบางอย่างที่ไม่อุ้มน้ำในตอนของวันจันทร์<!--more-->   แขกรับเชิญ Savannah Guthrie อ่านเบาะแสจากหมวดหมู่ Plain-Named Maladies…

สามีของนักเขียน ‘Dawson’s Creek’ Heidi Ferrer ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิต ‘เรื่องราวความสำเร็จแบบอเมริกัน’ ของเธอก่อนเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

สามีของเธอจำได้ว่านักเขียนบทและโปรดิวเซอร์ ไฮดี้ เฟอร์เรอร์ หลังจากเธอเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในวัย 50 ปี นักเขียน "ดอว์สันครีก" เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม เฟอร์เรอร์ประสบกับความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างรุนแรงเนื่องจากอาการของโควิด-19 ระยะไกลในช่วงหลายเดือนและหลายวันก่อนหน้า นิค กูธ สามีของเธอ ซึ่งเป็นนักเขียนและผู้กำกับที่มีชื่อเสียงด้วย กล่าวกับฟ็อกซ์ ข่าวเมื่อวันศุกร์<!--more-->  …